เทรนจับมือรพ.กรุงเทพฯ ผ่าตัดใหญ่ ระบบปรับอากาศประหยัดได้ปีละกว่า 15 ล้าน

เทรนจับมือรพ.กรุงเทพฯ ผ่าตัดใหญ่

http://tranethailand.com/_article/content/4/data/w7ep95kt6u4n.jpg

เทรนจับมือรพ.กรุงเทพฯ ผ่าตัดใหญ่

ระบบปรับอากาศประหยัดได้ปีละกว่า 15 ล้าน

         ด้วยความไว้วางใจของโรงพยาบาลกรุงเทพที่เลือกใช้ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์(District Cooling Plant) ของเทรน ทำให้ต้นทุนการใช้ไพลังงานลดลงมากกว่า40% และยิ่งไปกว่านั้น “โครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน (BEAT 2010) โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)” ยังได้ร่วมสนับสนุนเงินลงทุนอีก 15 ล้านบาท จึงทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงเหลือเพียง 3.2 ปีเท่านั้น

         ในปัจจุบันนี้เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโลกของเรานั้นกำลังเผชิญปัญหาด้านทรัพยากรพลังงานที่ลดลงจึงทำให้มีการรณรงค์ประหยัดพลังงานในหลากหลายรูปแบบเผยแพร่ทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์วิทยุ โทรทัศน์ และแน่นอนว่าเทรนมิได้หยุดนิ่งที่จะคิด ประดิษฐ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงระบบปรับอากาศเพื่อตอบสนองปัจจัยด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงอื่นๆที่กำลังเกิดขึ้นตามมาหลายคนอาจจะเคยได้ยินนโยบายให้ช่วยกันลดการใช้พลังงานหรืองดใช้พลังงานถ้าไม่จำเป็นแต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้พลังงานตลอด 24 ชัว& โมงทุกวัน ทุกสัปดาห์แล้วเราจะมีส่วนร่วมช่วยโลกใบนี้ให้อยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร

         ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการลดการใช้พลังงานโดยที่ต้องให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อองค์กรและสาธารณะส่วนรวมด้วยในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบปรับอากาศเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการประหยัดพลังงานครั้งสำคัญนี้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)ซึ่งเป็นผู้บริหารอาคารโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้ให้ความไว้วางใจเทรน(ประเทศไทย) ในการปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศจากแบบเดิมที่ผสมผสานโดยมีทั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน(Split Type) 175 ชุด และเครื่องทำน้ำเย็น(Chiller) อีก 19 เครื่อง ซึ่งทั้งหมดยังคงใช้งาน ได้ดี แต่การใช้พลังงานนนั้นค่อนข้างสูงจึงได้เปลี่ยนเป็นระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์(District Cooling Plant) สำหรับอาคารต่างๆ ของโรงพยาบาลทั้งสิ้น11 อาคาร โดยเพิ่มนวัตกรรมแบบเฉพาะ “Low Flow, Low Temp” ซึ่งสามารถช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นลดการแพร่กระจายของ เชื้อโรคลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือประหยัดพลังงานอีกทั้งยังสร้างความคุ้มค่าในการลงทุน โดยช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบปรับอากาศลงได้มากกว่า 40% ซึ่งคิดเป็นระยะเวลาคืนทุนน้อยกว่า 4 ปี อย่างไรก็ตามในการดำเนินการครั้งนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนเพิ่มเติมจำนวน 15 ล้านบาทจาก “โครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน(BEAT 2010)” โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จึงทำให้ระยะเวลาคืนทุนหลังหักเงินสนับสนุนสั้นลง เทียบเท่ากับ 3.2 ปี

         จากการดำเนินงานด้านพลังงานในอดีตที่ผ่านมา โรงพยาบาลกรุงเทพใช้พลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ย2,157 เม็กกะวัตต์ชั่วโมงต่อเดือน หรือมากกว่า 2 ล้านหน่วยต่อปีคิดเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่า85 ล้านบาทต่อปีซึ่งนับว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากเมื่อเทียบกับการลงทุนและผลที่จะได้รับจากการปรับเปลี่ยนมาเป็นการใช้ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์(District Cooling Plant) นี้จะให้ผลการประหยัดพลังงานไฟฟ้ารวมเท่ากับ5 ล้านหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้เท่ากับ16.7 ล้านบาทต่อปีซึ่งตลอดการดำเนินงานจริงมาเป็นระยะเวลากว่า6 เดือนนั้น (เริ่มนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม2554 ถึงเดือนเดือนเมษายน 2555) พบว่าผลการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของโรงพยาบาลลดลงโดยเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน

         การตัดสินใจปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์(District Cooling Plant)ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัยกรุงเทพฯ ครั้งนี้ได้รับคุณประโยชน์ทั้งช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และฝุ่นละอองในระบบปรับอากาศ เพิ่มอัตราการฟื้นไข้ในผู้ป่วย ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุด “ประหยัดพลังงาน” หากแต่การดำเนินการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดความผิดพลาดผลกระทบจะส่ง ไปยังผู้ป่วยรวมถึงการให้บริการของโรงพยาบาลที่ต้องทำการ ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย